โปรดรอติดตามการกลับมาอัพเดทบล๊อคอีกครั้ง...

แผนที่ทางไปวัด คลิ๊กได้เลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วันรับพระ รุ่นเมตตา และจองเหรียญ รุ่นไตรมาส55

เมื่อเช้าไปถวายจังหันหลวงปู่ไปถึงวัดประมาณ 07.10น. ไปถึงคนเยอะแล้วครับ เพราะวันนี้เป็นวันรับพระ รุ่นเมตตา วันนี้หลวงปู่ออกจากโบสถ์ตี 4 ลูกศิษย์ลูกหาพากันมาตั้งแต่ตี 5 หลวงปู่ฉันเช้าไปแล้วก่อนไปถึง เลยเอาภาพบรรยากาศช่วงเช้าที่วัดมาให้ชม
คนจองเหรียญทยอยรับเหรียญที่จองไว้

หลายท่านกำลังจองเหรียญ รุ่นไตรมาส55

ทยอยเอาเหรียญไปให้หลวงปู่ประสิทธิ์

คนค่อนข้างมากเลยขอกราบลา

ใครจองเหรียญ รุ่นเมตตา ไว้วันนี้ก็อย่าลืมมารับนะครับ แล้วก็มาจองเหรียญ รุ่นไตรมาส55 ด้วยนะครับช้าอาจพลาดเหรียญหลักนะครับ วันนี้ จบข่าว......

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัติ หลวงปู่ฮก รตินฺธโร ฉบับสรุป


หลวงปู่ฮก รตินฺธโร เกิดวันที่4 แรม11ค่ำ เดือน8 ตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม 2469 พื้นเพเป็นคนแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา นามเดิมชื่อ ฮก แซ่เตียว โยมบิดาชื่อ บู๊ แซ่เตียว โยมมารดาชื่อ ไน้ แซ่เตียว มีพี่น้องร่วมท้อง 10 กว่าคน(หลวงปู่จำไม่ได้แน่นอน) หลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 6 หลวงปู่อุปสมบทเมื่อ วันที่ 27 เมษายน 2517 เวลา14.05 น. เมื่ออายุได้ 48 ปี ที่วัดบุญญฤทธยาราม(วัดบึงบน) โดยมี พระครูพิบูลย์สังฆกิจ วัดกุณฑีธาร(วัดหัวกุญแจ)เป็นพระอุปัชฌาย์ พระใบฎีกาฮง สุคโต วัดบึงบวรสถิตย์ (วัดบึงล่าง)เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเสงี่ยม โฆษโก วัดบุญญฤทธยาราม(วัดบึงบน)  เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า รตินฺธโร แปลว่า ผู้ละแล้ว
เมื่อบวชแล้วได้จำพรรษาที่วัดบุญญฤทธยาราม(วัดบึงบน) ตั้งแต่พรรษาแรกที่ท่านอุปสมบทก็มุ่งมั่นในทางธรรมฝึกฝน ปฏิบัติฝึกจิต เพื่อหวังความหลุดพ้นโดยท่านบอกว่าท่านเป็นครูของตัวเองนั่นคือท่าน ฝึกด้วยตัวของท่านเอง โดยอาศัยการอ่านตำรา แนวทางการปฏิบัติต่างๆจนพบแนวปฏิบัติที่ตรงกับจริตของท่าน
เมื่อล่วงพรรษาที่3 ท่านก็ไปๆมาๆจำพรรษาระหว่างวัดบึงบนกับวัดเขาน้อยคีรีวัน อีกวัดหนึ่งซึ่งมีสุดยอดเกจิแห่งเมืองชล ที่เป็นผู้บุกเบิกสร้างวัดเขาน้อยขึ้นมา(หลวงปู่โทน กนฺตสีโล) เพราะท่านเป็นเพื่อนกับหลวงปู่โทนตั้งแต่ทำงานที่โรงไม้ แถวชลบุรีด้วยกันมาก่อนเมื่อตอนท่านอายุ 17-18ปี แม้จะเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่โทน แต่หลวงปู่ก็ไม่เคยเรียนวิชาอะไรกับหลวงปู่โทนเลย เพราะท่านมุ่งมั่นเพียงความสงบและหลุดพ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มีเพียงแต่ออกธุดงค์เท่านั้นที่ท่านออกธุดงค์กับหลวงปู่โทนอยู่เสมอเพราะท่านกับหลวงปู่โทนสนิทกันมาก จนหลวงปู่บอกว่า ท่านกับหลวงปู่โทนซี๊กัน อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนอยู่กับหลวงปู่โทน ท่านจะเรียกหลวงปู่โทนว่า"พี่โทน"
เมื่อล่วงเลย 10กว่า พรรษาท่านได้รับมอบหมายจาก พระครูโสรัจธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดบึงบน (เจ้าคณะตำบลคลองกิ่ว ตอนนั้น ปัจจุบัน รองเจ้าคณะอำเภอบ้านบึง)ให้มาจำพรรษาที่ วัดราษฎร์เรืองสุข(มาบลำบิด)เนื่องจากขาดผู้ปกครองวัด ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดมาบลำบิดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 ปัจจุบันท่านอายุ 87ปี  39พรรษา ท่านเป็นพระที่สมถะ ไม่หวังลาภ ยศ สรรเสริญ ใดๆ และมีเมตตามาก ทุกวันหลังจากตื่นจากจำวัด(ในโบสถ์หลังเก่า)ท่านจะมากวาดใบไม้รอบกุฎิ เมื่อกวาดเสร็จก็จะไปให้อาหารแมวซึ่งท่านเมตตาเลี้ยงไว้บนกุฎิหลายตัว และฉันเช้าและรอรับแขกที่แวะเวียนมากราบเพราะท่านไม่รับกิจนิมนต์ที่ไหนอีกแล้วเนื่องด้วยอายุที่เยอะ ถ้าวันไหนแขกไม่เยอะท่านก็จะเข้าโบสถ์เร็ว หลังเพลก็เข้าแล้ว เพื่อปฏิบัติ และฝึกจิตของท่านถ้าวันไหนแขกเยอะก็จะเข้าโบสถ์เกือบ 18.00น. 
นับว่าท่านเป็นพระแท้อีกรูปที่น่ากราบไหว้จริงๆ ท่านไม่เคยพูดโอ้อวดถึงความเก่งของท่านให้ลูกศิษย์หรือใครๆฟัง เมื่อถามท่านถึงอิทธิปาฏิหารย์ต่างๆที่หลายคนเจอมากับวัตถุมงคลของท่านก็จะได้คำตอบว่ามันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ของมันเอง หากใครแสวงหาพระแท้อยู่ก็ไปกราบท่านได้ทุกวันครับที่วัด เส้นทางไปก็ไม่ยากครับ แล้วท่านก็จะเห็นเหมือนที่ผมเห็นว่า หลวงปู่ฮก รตินฺธโร คือพระแท้ที่น่ากราบ จริงๆ..

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พระเครื่อง หลวงปู่ฮก รตินฺธโร ตอนที่1

วันนี้เอาพระเครื่องที่ออกโดย หลวงปู่มาให้ชมบางท่านอาจยังไม่ทราบว่าหลวงปู่ท่านได้สร้างพระเครื่องออกมากี่รุ่นแล้ว รุ่นไหนบ้างบ้างแล้ว จำนวนเท่าไร ลองชมดูได้ครับ(วันนี้เอามาให้ชมสัก 3 รุ่นก่อนครับ)



* หมายเหตุ : ปัจจุบันพระเครื่องทั้ง 3 รุ่นนี้ไม่มีที่วัดแล้ว มีแต่รุ่นที่กำลังออกใหม่ รีบจับจองก่อนที่จะไม่ทันคนอื่นนะครับ เงินรายได้สมทบทุนสร้างโบสถ์หลังใหม่ วัดมาบลำบิดเองครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัติหลวงปู่ฮก รตินฺธโร ตอนที่2

เล่าค้างไว้นานแล้ววันนี้มาเล่าต่อครับ ย้อนหลังกลับไปก่อนที่หลวงปู่จะมาอยู่บ้านบึง หลวงปู่ได้มาอยู่ที่ตัวเมืองชลบุรีก่อนโดยมาทำงานอยู่โรงไม้กับพี่ชายของท่าน ตอนนั้นหลวงปู่บอกว่าอายุ ประมาณ 17-18ปี และที่นี่เองที่ทำให้หลวงปู่ได้รู้จักกับหนุ่มเมืองพนัสคนหนึ่งชื่อโทน ( หลวงปู่โทน กนฺตสีโล แห่งวัดเขาน้อยคีรีวันต์ เกจิชื่อดังแห่งเมืองชล อีกรูปหนึ่ง)และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นเพื่อนในทางธรรมในเวลาต่อมาของหลวงปู่
หลังหลวงปู่มาทำงานที่โรงไม้ได้ 2 ปีก็กลับไปเกณฑ์ทหาร เมื่อไม่ได้เป็นทหารจึงกลับมาที่เมืองชลอีกครั้งแต่ไม่ได้ไปอยู่โรงไม้ที่เดิม แต่มาอาศัยอยู่ที่ อ.บ้านบึง และทำอาชีพรับจ้างเลื่อยไม้ทั่วไป แล้วแต่ใครจะจ้าง จนหมดภาระเมื่ออายุได้ 48 ปี จึงสละชีวิตทางโลกมุ่งสู่ทางธรรม 
หลวงปู่บวชที่วัดบึงบนและจำพรรษาที่นั่น จนล่วง 3 พรรษา ไปแล้ว หลวงปู่จึงไปๆมาๆจำพรรษาระหว่าง วัดบึงบนและวัดเขาน้อยคีรีวันต์(หลวงปู่โทน) จากที่ฟังหลวงปู่เล่าหลวงปู่จะบอกว่าท่านซี๊กับหลวงปู่โทนมาก ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนกับอยู่กับหลวงปู่โทน บางครั้งท่านจะเรียกหลวงปู่โทนว่า"พี่โทน"แสดงให้เห็นถึงความเคารพในตัวหลวงปู่โทน อยู่มาก ระหว่างท่านอยู่กับหลวงปู่โทนก็ได้มีโอกาสไปปริวาสและธุดงค์ กับหลวงปู่โทนหลายครั้ง ครั้งที่หลวงปู่โทนธุดงค์ไปเชียงใหม่ท่านก็ไปด้วย
เนื่องจากหลวงปู่อยู่ในยุคเดียวกับยอดเกจิเมืองระยอง(หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่)ผมจึงถามว่าหลวงปู่ทันหลวงปู่ทิมหรือเปล่าหลวงปู่จึงเมตตาเล่าให้ฟังว่าท่านเคยเอาพระไปปลุกเสกที่วัดหลวงปู่ทิมด้วย(ไม่ใช่พระหลวงปู่ไปกับหลวงพ่ออะไรผมจำไม่ได้แล้ว)ท่านเล่าว่าตอนนั้นหลวงปู่ทิมกำลังดังจึงมีพระหลายวัดนำพระเครื่องที่ทางวัดจัดสร้างไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกให้ ตอนหลวงปู่ไปนั้นหลวงปู่ทิมแก่มากแล้วหลวงปู่บอกว่าหลวงปู่ทิมมีไม้เท้าอันหนึ่ง แล้วก็เอาไม้เท้านั้นแตะๆกล่องพระเครื่องอันโน้นบ้างอันนี้บ้าง(เพราะมีเยอะ)ก็ใช้ได้แล้ว
แฟนผมถามหลวงปู่ว่าตอนที่ท่านออกธุดงค์เจอเรื่องราวแปลกประหลาดพิศดารอะไรเล่าให้ฟังบ้างหรือเปล่า หลวงปู่บอกว่าพระองค์อื่นอาจจะมีแต่หลวงปู่ไม่มี แสดงให้เห็นถึงความไม่อวดตัวของหลวงปู่ ท่านอาจจะเป็นพระทองคำอีกรูปหนึ่งก็ได้ และสิ่งหนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆคือ ถ้าหลวงปู่ไม่สร้างโบสถ์ หลวงปู่ก็จะไม่สร้างพระ
หลังจากหลวงปู่ไปๆมาวัดบึงบนกับวัดเขาน้อยคีรีวันต์ ได้ 10กว่าพรรษา ณ วัดมาบลำบิด ในตอนนั้นขาดสมภารปกครองดูแลวัด เจ้าอาวาสวัดบึงบน(ดูแลปกครองวัดในพื้นที่ อ.บ้านบึง)ได้มีดำริให้ หลวงปู่มาจำพรรษาที่ วัดมาบลำบิดนับแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน